กระซิบ

19 ธ.ค. 2560, 10:14 น.

Line

20171219101405.jpeg

ชาวบ้าน ม.6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ และญาติพี่น้อง ได้นำตัว นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์ว่านายสาครถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

 

และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี

 

แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่าญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่ง ที่ทางราชการระบุว่าเป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว

 

นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี พี่เขยของนายสาคร กล่าวว่าตนได้รับแจ้งจากภรรยา ซึ่งเป็นพี่สาวของนายสาคร ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง โทรศัพท์มาแจ้งว่า ให้ไปรับศพของนายสาคร ที่คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล กรุงเทพฯ

 

เนื่องจากนายสาครเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ที่ห้องเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา

 

ตนและญาติพี่น้องจึงว่าจ้างรถยนต์รับจ้าง 10,000 บาท ไปรับศพของนายสาคร โดยได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จากนั้นไปติดต่อขอรับศพนายสาคร ที่คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล

 

โดยมีหนังสือรับรองการตาย ของคณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล ลงวันที่ 21 พ.ค. 2560 และมีใบมรณะบัตร จากสำนักทะเบียนท้องถิ่น เขตพระนคร

 

ด้าน นายนครชัย พิมพ์กลาง อายุ 33 ปี กล่าวว่า ขณะที่ไปรับศพนายสาครนั้น ตนและญาติพี่น้องได้ขอดูศพของนายสาคร แต่เจ้าหน้าที่เปิดศพให้ดูแค่หน้าอก ซึ่งพบว่าศพเริ่มบวมขึ้นอืดแล้ว ที่ผิดสังเกตคือฟันของศพจะยื่นออกมา ซึ่งผิดจากข้อเท็จจริงที่นายสาครจะมีฟันหลอบริเวณฟันด้านหน้า

 

ตนจึงได้แจ้งความผิดสังเกตนี้ให้เจ้าหน้าที่ทราบ แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ศพเสียชีวิตหลายวันแล้ว เริ่มบวมขึ้นอืด ให้รับออกไปได้ ตนกับญาติพี่น้องจึงได้รับศพของนายสาครกลับมาทำบุญที่บ้าน

 

โดยกลับมาถึงเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน จากนั้นได้ฌาปนกิจศพที่วัดบ้านเหล่าฝ้าย และนำอัฐิเข้าบรรจุในเจดีย์

 

ต่อมา เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่านายสาครได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ซึ่งตนและญาติพี่น้องต่างพากันตื่นตกใจมาก เพราะทำบุญเผาศพนายสาครไปแล้ว แต่นายสาครยังกลับมาที่บ้านอีก

 

แต่เมื่อเข้าไปจับตัวของนายสาครดูแล้ว จึงรู้ว่าเป็นคนจริง ๆ ไม่ใช่ผี จึงได้แจ้งให้ นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้ายทราบ

 

ขณะที่ นายสาคร กล่าวว่าตนได้ออกจากบ้านไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2559 และระหว่างที่ทำงานอยู่ในเรือประมงนั้น มีชายชาวเมียนมาคนหนึ่ง ที่ทำงานบนเรือประมงด้วยกัน ได้มาแย่งเอาบัตรประชาชนของตนไป

 

ซึ่งตนได้พยายามแย่งเอาบัตรประชาชนคืนแล้ว แต่ไม่สามารถจะเอาคืนจากชายชาวเมียนมาได้ และชายชาวเมียนมาได้ขึ้นจากเรือประมงหนีไป จากนั้นตนได้ไปแจ้งความบัตรประชาชนหาย และขอทำบัตรประชาชนใหม่ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

 

หลังจากนั้นตนก็ทำงานอยู่บนเรือประมงนาน 1 ปี 2 เดือน จึงได้เดินทางกลับมาบ้าน และพบว่ามีการเผาศพของชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นศพของตนไปแล้ว

 

ตนจึงขอร้องทุกข์ขอชีวิตคืนให้ตนด้วย เพราะตนยังไม่ได้ตายจริง แต่ตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ได้ระบุว่า ตนเสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา

ประเภท : ทันเหตุการณ์

ที่มา : khaosod.co.th