กระซิบ

27 เม.ย. 2561, 10:33 น.

Line

20180427103355.jpeg

จากกรณีอดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” เข้าพิธีบวชที่วัดหนองกระทุ่ม ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และได้รับฉายา “วชิรมโน” โดยพระสรยุทธตั้งใจบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับคุณแม่ที่มีอาการป่วย

 

ต่อมาก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าพระสรยุทธสามารถบวชได้หรือไม่ เนื่องจากกำลังต้องคดีอาญา

 

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า..

 

ทำไมพระสรยุทธจะบวชไม่ได้

 

กรณีพระสรยุทธนี่ ในทางพระวินัยควรจะต้องตีความนะ และเรื่องการต้องคดีอาญานั้น การตัดสินโทษแบบรัฐในยุคพุทธกาล กับรัฐในยุคสมัยใหม่ ก็ไม่เหมือนกัน

 

เช่นในยุคโบราณ เมื่อต้องคดีแล้ว พระราชาหรือมหาอำมาตย์วินิจฉัยคดี ก็ต้องรับโทษตามนั้นทันที ไม่มีอุทธรณ์ ไม่มีฎีกา แต่ยุคปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ต้องหาสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีได้

 

ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว ระหว่างการต่อสู้คดี โดยยื่นเงื่อนไขให้ ถ้าศาลไม่ได้บอกว่า ในระหว่างที่ให้ประกันตัว ห้ามอุปสมบท ผู้ต้องหาควรได้รับสิทธิ์ในการที่จะบวช ตามระยะเวลาที่ศาลอนุญาตการประกันตัวหรือไม่ เรื่องค่อนข้างละเอียด และต่างจากกรณีของผู้ที่หลบหนีคดี ซึ่งอย่างหลังนี้ หากพบว่าหนีมาบวช เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสึกได้ทันที

 

แต่กรณีของพระสรยุทธ ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อให้บวชแล้ว ในบางกรณีพระพุทธเจ้าปรับโทษแค่ทุกกฎสำหรับพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด ไม่ปรับโทษผู้บวช หมายถึงว่าถ้าให้บวชแล้วก็บวชไป ไปจับเขาสึกไม่ได้ เป็นการการทำไม่ดี (ทุกกฎของคนที่บวชให้เท่านั้น)

 

เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ละเอียด และกรณีแบบนี้ก็ไม่ใช่มีแค่พระสรยุทธ ก่อนหน้านี้ก็มีนักการเมืองคนหนึ่งที่อุปสมบทระหว่างที่ยังต้องคดีอยู่เหมือนกัน นักแสดงหรือดาราบางคนก็ด้วย

 

ประเด็นสำคัญที่สุด เราควรจะต้องมองถึงที่มาของข้อห้ามในทางพระวินัย เกี่ยวกับเรื่องที่ทรงห้ามคนที่มีคดีบวช ว่าทรงหมายถึงกรณีแบบไหนบ้างอย่างไร

 

เช่นอย่างที่ตรัสถึง ผู้ต้องหาหนีจากเรือนจำ คนมีหมายจับ เป็นต้น แล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับคนที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว จึงจะเห็นชัดว่า เข้าข่ายการเป็นบุคคลต้องห้ามตามพระวินัยหรือไม่

ประเภท : ทันเหตุการณ์

ที่มา : พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ