กระซิบ

12 ธ.ค. 2560, 10:06 น.

Line

20171212100616.jpeg

เมื่อวานนี้ “แพท ณปภา ตันตระกูล” ได้เปิดใจผ่านรายการ “โหนกระแส” กับพิธีกร “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”หลังในรอบปีที่ผ่านมา เธอต้องเจอมรสุมมากมายในชีวิต

 

 

ปีนี้คุณมองว่าชีวิตคุณเป็นยังไง?

 

“จะบอกว่าแย่ก็ไม่เชิง คือสิ่งที่เราคิดไว้ว่าจะกลายเป็นลบ ก็พลิกมากลายเป็นบวก มันไม่ใช่พลิกวิกฤติเป็นโอกาส แต่ตอนแรกเรามองว่ามันลบแน่นอน แต่อยู่ดี ๆ ไม่ได้ลบอย่างที่เราคิด ไม่ได้พังอย่างที่เราคิด”

 

ไปไหนมาไหน เอาลูกไปด้วย?

 

“แพทติดลูกค่ะ แพทไม่ได้มีพี่เลี้ยง มีน้องมาช่วยขับรถ แล้วก็ให้เขาดูแลเรซไปด้วย เขารักเรซมาก ที่บ้านมีน้องสาวที่คอยดูแลที่บ้าน แต่ที่บ้านแพทก็มีแม่แพทที่ป่วย พี่สาวที่ป่วย แพทก็ไม่อยากทิ้ง เดี๋ยวเอาภาระให้เขาอีก”

 

ก่อนหน้านี้มีปัญหากับคุณพ่อจนฟ้องร้อง?

 

“คือเรามีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง มีการส่งเสียให้ค่าใช้จ่ายป๋า แต่ช่วงหนึ่งเรามีปัญหากันในเรื่องครอบครัวใหม่ป๋า ทำให้แพทตัดสินใจว่าครอบครัวใหม่ต้องไม่ยุ่งกับเราสิ ไม่มายุ่งกับแม่เราสิ เราคุยกันด้วยดี แต่วันต่อมา การเรียกของศาลเกิดขึ้น มีข่าวเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนให้ แต่เป็นฝั่งเขาเป็นคนให้

 

สุดท้ายเขาอยากให้เรากลับไปดูแลเขา แต่เขาเลือกให้เราไปคุยที่ศาล มากกว่าที่จะมาคุยที่บ้าน เราก็โอเค ไปคุยที่ศาลก็ได้ไม่เป็นไร อยากได้เรื่องค่าเลี้ยงดู เราก็โอเค เราก็ให้

 

พอเราจบที่ศาล พ่อก็เลือกติดต่อเราทุกสิ้นเดือนเฉย ๆ แพทก็ไม่ได้มีอะไร เขาก็คือพ่อ เราก็ทำหน้าที่ลูก จนวันเขาป่วย เราก็กลับไปดูแล แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แล้วท่านก็ไปเลย”

 

แต่งฟ้าแลบ แต่งเพราะท้อง เกิดเรื่องระหองระแหงก่อน “คุณเบนซ์ เรซซิ่ง” จะเข้าเรือนจำ?

 

“จริง ๆ แพทกับพี่เบนซ์ เรารู้จักก่อนหน้าแต่งงานกัน 7 ปี แต่ 7 ปีห่างเหินมาก เมื่อ 7 ปีเรารู้จักกัน เคยเจอหน้า แล้วก็หายไปเลย ต่างคนต่างใช้ชีวิต โลกก็เหวี่ยงให้เรามาเจอกัน เหวี่ยงมาครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าเราท้องด้วย ทำให้เราจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา

 

เพราะถ้าไม่ท้องก็ไม่แต่ง ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่ด้วย ต้องบอกว่าด้วยระยะเวลา เราก็ไม่ได้อยากแต่งงาน คือประเด็นหลัก ๆ แพทตั้งใจแต่งหรือมีน้องปีนี้ แล้วค่อยมีลูกอีกที แต่เขามาเร็ว มันเลยท้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ต้องแต่ง”

 

คุณกับคุณเบนซ์พอมาอยู่ด้วยกัน ใช้เวลาคนละส่วน คนหนึ่งเช้า คนหนึ่งกลางคืน?

 

“เราอาจไม่ได้ใช้ชีวิตกันเต็มที่ หรือศึกษาลงลึกมาก พอเราท้องแล้วแต่งงานกัน ก็ได้มาเรียนรู้กัน ตอนนั้นปัญหาค่อนข้างเยอะ เพราะแพทใช้ชีวิตกลางวัน พี่เบนซ์ใช้ชีวิตกลางคืน กลางวันเขานอน เราทำงาน 7 โมงเช้า เราตื่น เข้ารายการ สามสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนเรานอน เขาตื่น 6 โมงเย็น

 

ที่เป็นอย่างนี้เพราะหนึ่งกิจการของเขา ไม่ได้ฟิกซ์เขาในการใช้ชีวิต สิ่งที่เขาชอบคือการขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วเขาไม่ขี่กลางวัน เขาขี่มอเตอร์ไซค์กลางคืน ฉะนั้นเขาก็ใช้ชีวิตกลางคืน มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ ก็จากที่บ่นก็จะไม่บ่นแล้ว ฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน ยูก็ใช้ชีวิตของยูไป”

 

การจับกุม “ไซซะนะ” ราชายาเสพติด ขยายผลถึง “บอย นาคคำ” และ “เบนซ์ เรซซิ่ง” จนมีการขยายมาถึงคุณ ว่ามีส่วนร่วมฟอกเงิน?

 

“ต้องบอกว่าเรื่องราวเกี่ยวกับแพทแทบจะไม่มีเรื่องเลย พี่เบนซ์กับไซซะนะเขาไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว อันนี้พูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ตอนที่มีข่าวกับไซซะนะ เขาก็เฉยๆ เพราะเขาไม่รู้ว่ามาเกี่ยวอะไรกันกับตรงนี้

 

จำได้ว่าตอนนั้นอีก 10 วันแพทจะคลอดอยู่แล้ว ก็เกิดเรื่องราวมากมายก่ายกอง แพทไม่รู้ต้องรับมือกับมันยังไง ตอนแรกที่เจอปัญหา ก็คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับแพท เพราะพูดตรง ๆ ว่าแพทเพิ่งมาอยู่ในช่วงชีวิตเขาได้ไม่นาน อยู่ดี ๆ ก็มาพัวพันถึงแพท ทำไมมีชื่อเราเข้าไปในเรื่องการฟอกเงิน แต่ตอนนี้ยกฟ้องไปแล้ว”

 

“คุณเบนซ์ เรซซิ่ง” ได้เจอลูกมั้ย?

 

“เขาเจอลูกครั้งสุดท้ายไม่แน่ใจ ลูกน่าจะ 5 เดือนกว่า เขาไม่อยากเจอลูก เขาทำใจไม่ได้ เขาอุ้มไม่ได้ มันเป็นลูกกรงและกระจกอีก พอคุยก็คุยผ่านโทรศัพท์ เพราะแพทเยี่ยมเขาได้แค่อาทิตย์ละวัน วันละ ชม. ได้แค่นี้ หลังจากนี้อีก 6 วัน เขาจะอยู่ยังไง ต้องคิดถึงลูกตลอดเวลา

 

แต่ช่วงวันพ่อที่ผ่านมา ก็เป็นวันที่บีบหัวใจเราเหมือนกัน จริง ๆ เรซซิ่งไม่รู้เรื่อง แต่เรารู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องเข้มแข็ง แพทไม่รู้ว่าแพทจะทำตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน ที่จะต้องมาเยี่ยมคุณทุกอาทิตย์ และต้องวิ่งกลับไปทำงานและดูลูก คุณจะได้เจอลูกกับฉันอีกมั้ย ตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องอนาคต ฉะนั้นวันพ่อถ้าคุณไม่แข็งแรงพอที่จะเป็นพ่อเขา คุณก็ไม่ต้องเป็นดีกว่ามั้ย

 

เด็กเขาโตขึ้นทุกวัน อีก 2 วันเขา 10 เดือนแล้ว อีกแค่ 2 เดือนเขาขวบแล้ว แพทพาเขาไปวันพฤหัสบดี เลยวันพ่อไปสองสามวัน แพทก็ตัดสินใจ เป็นอะไรที่ต้องไฟว์นิดหนึ่ง เพราะแม่พี่เบนซ์เขาก็สงสารลูก แพทก็อุ้มไปแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวให้น้องปาล์มอุ้มไว้ไม่ต้องเอาเข้าหรอก ก็บอกว่าพามาแล้วก็อุ้มเขาเข้าไปเลยแม่ รับได้ไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ มันไม่มีอะไรที่รับไม่ได้

 

เป็นครั้งแรกที่แพทพาลูกเข้าไปข้างใน เราก็ตื่นเต้น ก็มีคนอื่นเยอะแยะไปหมด ทำเหมือนคนอื่น ก็พาเขาเข้าไป ตลอดระยะเวลา 7 เดือน เราไม่เคยพาลูกเข้าไปเลย แพทรู้สึกมันไม่ใช่ แล้วคุณจะเป็นพ่อเขายังไง แพทก็พาเขาไป แล้วเขาก็ทำได้ เขาเข้มแข็ง ไม่ฟูมฟาย เขาก็แฮปปี้ที่ได้เห็นลูก เขาดีใจมาก เขาเล่นกับลูก ยิ้ม พอแพทคุยกับเขา เขาบอกลูกเราหล่อมาก เราก็แฮปปี้

 

เขาร้องไห้ค่ะ แต่แพทไม่ร้องไห้ ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาร้องไห้ แต่อยากให้เขาเข้มแข็ง เขาชอบพูดว่าไปเจอข้างนอกดีกว่า แต่เราไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่ แพทไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไหร่”

 

เขาบอกให้พาลูกไปอีกมั้ย?

 

“แพทมีโอกาสเจอเขาอาทิตย์ละวัน ก็ต้องดูฟีดแบ็กอีกทีหนึ่งค่ะ ไม่ได้มีโอกาสบ่อย ๆ มันเหมือนต้องอยู่กันไปวันต่อวัน แพทรู้ว่าเขาลุ้นว่าอาทิตย์นี้เขาจะได้เจอแม่ พี่ เมียเขามั้ย วันไหนแพทไม่ได้ไป เขาก็จะถามว่าเราติดอะไร”

 

ถ้าวันนี้คุณเบนซ์ดูอยู่ อยากบอกอะไร?

 

“ยากนะคำถามนี้ คงบอกเขาว่าไม่ต้องห่วงลูกชายค่ะ แพทว่าเขารู้อยู่แล้วแหละ แพทดูแลลูกได้แบบไม่ลำบากแน่นอน จะเลี้ยงให้เรซซิ่งเป็นเด็กดีแน่นอน สิ่งหนึ่งคืออยากให้พี่เบนซ์เข้มแข็ง อยากให้เขามองย้อนกลับมา เขายังมีสิ่งยิ่งใหญ่รอเขาอยู่ อยากให้มองถึงจุดนี้”

 

ประเภท : บันเทิง-ดารา

ที่มา : thairath.co.th , โหนกระแส