กระซิบ

18 เม.ย. 2561, 10:11 น.

Line

20180418101111.jpeg

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจนายหนึ่ง มีท่าทางหวาดกลัวอย่างหนัก และวิ่งหนีผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อสีขาว ก่อนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น พร้อมบอก “ผมมีลูกเล็กนะ พาผมหนีที มันจะฆ่าผม”

 

ซึ่งคนที่ถ่ายคลิปและชาวบ้านก็พยายามถามว่าเป็นอะไร แต่ตำรวจก็เดินหนีไป ก่อนจะโบกเรียกรถแท็กซี่ และขึ้นรถหนีไปเลย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 04.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย.61 บริเวณใต้ทางด่วนคลองเตย

 

เมื่อคลิปนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้คนต่างสงสัยว่า ทำไมตำรวจนายนี้ต้องวิ่งหนี และมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนั้น

 

ล่าสุด "เดลินิวส์" รายงานว่า นาย Larry Zaw อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ชายเสื้อสีขาวในคลิป ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ต่อเงิน วัฒนกุล รอง สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ หลังก่อเหตุชกต่อยและทำร้ายตำรวจในคลิปคือ ด.ต.พิทักษ์ วรมูล ผบ.หมู่งานจราจร งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. จนได้รับบาดเจ็บ

 

โดยเหตุเกิดจาก นาย Larry Zaw ขับรถ BMW เปิดประทุนสีขาวผ่านมา บริเวณด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บก.จร. ใกล้แยกกล้วยน้ำไท ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ 

 

ด.ต.พิทักษ์ จึงขอตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีปริมาณ 114 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงควบคุมตัวนาย Larry Zaw ผู้ขับขี่รถ ไปดำเนินคดีที่ สน.ทองหล่อ 

 

โดย ด.ต.พิทักษ์ ได้นั่งรถของนาย Larry Zaw ไป ซึ่งตามปกติจะต้องมีตำรวจไปด้วยอีก 1 นาย แต่ช่วงดังกล่าวกำลังพลขาด ด.ต.พิทักษ์ จึงต้องนั่งรถไปพร้อมเพื่อนของนาย Larry Zaw อีก 2 คน

 

ต่อมานาย Larry Zaw ได้ขับรถออกนอกเส้นทาง พร้อมพยายามข่มขู่จะทำร้าย และยังอ้างว่ารู้จักบุคคลเบื้องสูง จนมาถึงที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 ทำให้ ด.ต.พิทักษ์ ตัดสินใจเปิดประตูวิ่งหนีมา

 

แต่นาย Larry Zaw ได้วิ่งลงมา พร้อมยื้อแย่งเอกสารดำเนินคดี และใบตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ไป ก่อนจะทำร้ายร่างกาย ด.ต. พิทักษ์ จน ด.ต. พิทักษ์ ต้องรีบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไป เพราะเกรงว่าจะถูกแย่งปืน

 

ตำรวจจึงจะดำเนินคดีกับนาย Larry Zaw ทั้งหมด 4 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ / หลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัว / ทำลายเอกสารพยานหลักฐาน / เอาไปเสียซึ่งเอกสาร 

 

ทั้งนี้ นาย Larry zaw เป็นลูกชายนักธุรกิจชาวเมียนมา ที่มีฐานะร่ำรวยมาก และพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย หลังจากนี้จะถูกสอบหาที่มาและเส้นทางการเงินด้วย

ประเภท : ทันเหตุการณ์

ที่มา : workpointnews.com , บรรจงชงข่าว , dailynews.co.th