กระซิบ

13 มี.ค. 2561, 15:38 น.

Line

20180313153853.jpeg

จากกรณีอดีตดาวร้าย “กิตติ ดัสกร” หรือ “ปื๊ด” อายุ 67 ปี น้องชายของนักแสดงดาวร้ายชื่อดัง “ดามพ์ ดัสกร” ได้ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เบาหวาน และความดัน ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในบ้านที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งภายในบ้านสกปรกอย่างมาก

 

ต่อมา “กิตติ” ได้รับความช่วยเหลือจาก “ไทด์ เอกพันธ์” พาไปรักษาตัวที่ รพ. จนอาการป่วยค่อย ๆ ดีขึ้น และเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จะไม่กลับไปอยู่กินกับ น.ส.ศศิประภา รุ่งมงคล หรือ “คิตตี้” หรือ “แพท” ภรรยาสาวอายุ 27 ปี อีกต่อไป

 

ล่าสุด “ข่าวสด” รายงานว่า “ไทด์ เอกพันธ์” เปิดเผยว่า..

 

“พี่ดำ คือหนึ่งในคณะกรรมการ ที่ดูแลเรื่องบัญชีของพี่ปื๊ด เป็นคนที่อยู่ข้างบ้าน และเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของพี่ปื๊ด และมีพี่อมตะกับพี่ปื๊ด รวมเป็น 3 คนนี้ ที่จะเอาเงินเข้าเงินออก ทีนี้มีวันนึงพี่ดำเขาโทรมาระบายความในใจว่า เขาคงจะไม่ยุ่งแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะพี่ปื๊ดจะไปอยู่กับแพทแฟนเขาที่หัวหิน

 

ผมก็งง เพราะเขาอยู่กับพี่สาว ตอนที่เราไปส่ง พี่สาวเขาดูแลอยู่ และเอาเงินในธนาคารจ้างคนดูแลเดือนหลายพัน แต่อยู่ ๆ จะไปอยู่กับแฟน ไหนว่าไม่เอาแล้ว เราก็บอกถ้าเกิดเขาตัดสินใจจะไปอยู่ ก็ปล่อยไป เพราะยังไงก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะไปอยู่กับลูก พร้อมหน้าครอบครัว

 

แต่ทีนี้พี่ดำพูดถึงเรื่องเงิน ว่าทางแพทเขาให้เอาเงินในบัญชีที่คนบริจาคมา โอนให้เขาให้หมด และปิดบัญชี คือ ทางแพทบอกกับพี่ดำ พี่ดำเลยมาปรึกษาเรา เราก็บอกไปต่อว่าเงินของเขาอย่าไปยุ่งเลย โอนให้ไปแล้ว ปิดบัญชี จบ เราไม่ต้องไปยุ่งกับเขา แต่ต้องบอกให้ทุกคนรู้ ว่าเราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพี่ปื๊ดแล้ว พี่ดำก็โอเคปิดบัญชี และนำเงินน่าจะประมาณ 2 แสนกว่าให้เขาไป

 

แล้วอยู่ๆ  พี่ปื๊ดโทรมาหาผมอีก บอกว่าอย่าให้อมตะมาวุ่นวายกับเขา เหมือนว่าอมตะจะทำเกินหน้าที่ ไปต่อว่าภรรยาเขา และภรรยาเขาก็ไปฟ้อง พี่ปื๊ดก็เลยโมโห มาเล่นงานคนที่เคยดูแล เคยอุ้มกันมา เหมือนเก็บขึ้นมาจากโคลน มาอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย อยู่บนแท่นที่สวยงามแล้ว แต่แกกลับมาแว้งกัดพวกเรา แล้วเขาพูดถึงประโยคว่าจะแจ้งความจับอมตะ 

 

ผมก็ไม่พอใจ บอกพี่ปื๊ดจะไปแจ้งความจับเขาเรื่องอะไร เขาช่วยเหลือพี่ปื๊ดนะ พอเราถามว่าจะแจ้งความเรื่องอะไร ทางพี่ปื๊ดก็บอกว่าของเขาหายเยอะ ตอนที่มารื้อบ้าน ทำตามอำเภอใจ พวกสร้อยพวกของที่เก็บคือหายหมดเลย จะแจ้งจับว่าเป็นขโมย เราก็แนะนำว่าคิดให้ดีๆ คือพี่ปื๊ดเขาเหมือนจะขู่ อาจจะไม่ทำ แค่ให้บอกอมตะหรือพี่ดำว่าอย่ามายุ่งกับเมียเขา 

 

ส่วนทางอมตะเขาก็บอกว่า ถ้าแจ้งจับก็แจ้งจับเลย เพราะเราไปที่นั่น ไม่ได้ไปโดยลำพัง ทั้งเจ้าหน้าที่เขต และอีกหลายท่านมาหมด รถขยะก็มา เห็นสภาพบ้านแล้วก็ช่วยกันเก็บ ของเขาไม่มีใครกล้าหยิบเลยสักชิ้น มันไม่มีราคาที่จะหยิบ

 

แต่ผมนึกอยู่ในใจอยู่แล้ว ว่าถ้าพี่ปื๊ดกลับไปมันต้องมีปัญหาแน่นอน แล้วมันก็เป็นจริงด้วย ผมเลยบอกพวกเราทุกคนให้หยุด ยุติทุกอย่าง ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับเขาเลย ปล่อยเขาไป 

 

ส่วนถ้าจะเกิดอะไรต่าง ๆ ที่ต้องช่วยเหลือ ก็ไม่ต้องช่วยแล้ว พี่ปื๊ดเลือกวิถีทางของเขาเอง เราไม่สามารถที่จะไปบังคับ แกก็อายุ 60 กว่าแล้ว สติสัมปชัญญะก็รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว

 

ส่วนพี่ดามพ์ ดัสกร เขาพูดกับผมมานานมากแล้ว ว่าถ้าเกิดปื๊ดจะกลับไปอยู่กับผู้หญิงชื่อแพท จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ยุติทุกอย่าง เพราะแพทเขาจะลงเฟซบุ๊กด่าคนนู้นคนนี้มั่วไปหมด

 

เราเลยตัดใจ บอกทุกคนว่าอย่าไปโกรธหรืออะไร เขาอาจจะทำไปโดยที่คุมสติตัวเองไม่ได้ ไม่ต้องติดต่ออะไรไปแล้ว และวันที่เราสิ้นสุดการช่วยเหลือ คือวันที่เราส่งมอบเงินก้อนสุดท้าย พี่ดำก็ปิดบัญชีเรียบร้อย


ผมไม่โกรธพี่ปื๊ด ผมโกรธภรรยาเขาคนเดียวเลย ไม่มีความกตัญญู ไม่รู้บุญคุณใครทั้งสิ้น แล้วก็เอาผมไปลงเฟซบุ๊กด้วยนะ ด่าผมเรื่องครอบครัวว่าตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังมายุ่งเรื่องคนอื่น

 

พี่ปื๊ดเขาก็รู้ตัวว่าชีวิตเขาเป็นอย่างนี้ เพราะผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็ยังกลับไปอยู่กัน ผมก็ไม่รู้จะยังไงแล้ว ไม่ขอที่จะเสนอหน้าไปอะไรแล้ว ก็ขอให้พี่ปื๊ดมีสุขภาพแข็งแรง อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว ก็ขอให้อยู่กันนานๆ”

ประเภท : บันเทิง-ดารา

ที่มา : khaosod.co.th