กระซิบ

12 ก.พ. 2561, 20:37 น.

Line

20180212203736.jpeg

น.ส.ออม วงจันทร์ อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า ตนเองอยู่กินกับ นายวันสิน บุญกลาง อายุ 40 ปี มานานหลายปี และมีลูกด้วยกัน 3 คน 

 

เมื่อกลางปี 2560 มีคนมาชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศเกาหลี ด้วยการหนีทัวร์ท่องเที่ยว จึงมีความคิดอยากจะไปหางาน เพื่อนำเงินมาสร้างบ้าน จากนั้นตัดสินใจกู้เงิน ธกส. จำนวน 150,000 บาท แบ่งจ่ายค่าแพคเกจท่องเที่ยว คนละ 20,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือเอาไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ ที่กู้มาวิ่งเต้นก่อนหน้านี้ 

 

จากนั้นได้บินในนามนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 11ธ.ค.2560 แล้วหนีทัวร์ตามที่นายหน้าแนะนำ โดยมีเงินติดตัวไป 40,000 บาท เพื่อเอาไปเป็นค่าใช้จ่าย อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ก็รู้ว่าไม่เหมือนที่ตนเคยฝันไว้ ไม่มีงานทำ ค่าครองชีพสูง ต้องพักโรงแรม รวมถึงอาหารการกินไม่เหมือนเมืองไทย  สามีสงสาร จึงให้ตนเองเดินทางกลับไทย โดยแบ่งเงินให้สามีไว้ใช้ประมาณ 15,000 บาท

 

หลังเดินทางมาถึงบ้าน ก็โทรศัพท์ถามสามีทุกวันถึงชีวิตความเป็นอยู่ และได้รับคำตอบว่าได้ทำงาน แต่ไม่ได้เงิน เพราะนายจ้างทราบว่าเป็นคนหนีเข้าเมือง ต้องอดมื้อกินมื้อ เงินที่ให้มาก็ร่อยหรอ และอยากกลับบ้านแล้ว ก็รู้สึกสงสารสามี แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะไม่มีเงินค่าตั๋วเดินทางกลับ

 

วันที่ 8ก.พ.61 ได้รับโทรศัพท์จากสถานทูตเกาหลี ว่าสามีได้ผูกคอเสียชีวิตริมทาง ครอบครัวตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เพราะครอบครัวก็กำลังหาทางกู้เงินนอกระบบ เพื่อส่งไปให้สามีเป็นค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับไทย แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะชิงผูกคอตายก่อน

 

ตอนนี้ครอบครัวหมดแล้วทุกสิ่ง ขาดหัวหน้าครอบครัว ทั้งยังมีหนี้สินที่ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ซ้ำมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีก 3 คน ที่สำคัญตอนนี้อยากจะนำศพสามีกลับมาฌาปนกิจศพที่บ้าน ก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ล่าสุดได้มีคนไทยที่มีสามีอยู่ประเทศเกาหลี ได้ติดต่อมาเดินเรื่องช่วยนำศพสามีกลับไทย ก็รู้สึกมีความหวังมากขึ้น เพราะอย่างน้อยก็ยังได้นำศพกลับมาทำบุญที่บ้าน

 

ทั้งนี้ ฝากเตือนคนไทยที่คิดว่าจะไปทำงานต่างประเทศด้วยวิธีหนีทัวร์ หรือผิดกฎหมายต่าง ๆ ว่าไม่เป็นไปอย่างที่คิดแน่นอน จากที่วาดฝันไว้สวยหรู สุดท้ายคือนรกดี ๆ เพราะยังมีคนไทยในเกาหลีอีกจำนวนมาก ที่กำลังลำบาก ถูกนายจ้างกดขี่ข่มเหง เพราะเป็นบุคคลเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ประเภท : ทันเหตุการณ์

ที่มา : bangkokbiznews.com , บิ๊กเกรียน